5 มีนาคม 2562 แล้งวิกฤติหลายจังหวัด เลยหนักสุดรอบ32ปี อ่างเก็บน้ำแห้งขอด

ที่มา: https://www.naewna.com/local/399311

แล้งลามหนัก เขื่อนวังร่มเกล้า อุทัยธานีน้ำลดฮวบ ไม่พอทำเกษตร เตือนชาวบ้านชะลอทำนาปรัง หวั่นแล้งยาวไม่มีน้ำใช้ เลยหนักสุดในรอบ 32 ปี วอนรัฐช่วยทำฝนเทียมเพิ่มน้ำในอ่างเก็บน้ำที่แห้งขอด ทำไร่ทำนาไม่ได้ ท่องเที่ยวเจ๊ง ขณะที่ไฟป่าดอยพระบาทลามอีก7 จุด 12 แนว ใช้ ฮ.โปรยน้ำสกัด คาด2วันคุมอยู่ ด้านฝุ่นพิษใน6 จังหวัดภาคเหนือยังเกินมาตรฐาน คุณภาพอากาศกระทบสุขภาพ สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มขยายไปหลายจังหวัด และมีระดับความรุนแรงมากขึ้น จนมีบางพื้นที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใจ เพาะปลูกพืชไม่ได้แล้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนวังร่มเกล้าว่า ปริมาณน้ำล่าสุดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าระดับกักเก็บ ซึ่งในส่วนนี้จะเก็บไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค อาจไม่เพียงพอสนับสนุนต่อการทำนาปรังของปีนี้ เพราะจากการประเมินคาดว่าฤดูแล้งจะกินเวลายาวนาน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า และวางแผนการเพาะปลูก เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบกับพืชผลให้ชะลอการทำนาปรังไว้ก่อน อีกทั้ง ก่อนหน้านี้โครงการชลประทานอุทัยธานีส่งน้ำให้แหล่งน้ำใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านมาแล้วบางพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันโครงการชลประทานอุทัยธานีอยู่ระหว่างก่อสร้างปรับปรุงคลองดาดคลองส่งน้ำฝั่งขวา เนื่องจากมีการใช้งานมาหลายสิบปีให้มีสภาพแข็งแรงต่อการรองรับน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร รวมถึงกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งของปีต่อไป

เลยแล้งหนักสุดในรอบ32ปี

เช่นเดียวกับ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแม่บ้านขายของในสถานท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำ เรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หลังน้ำในอ่างเก็บน้ำหมานตอนบนแห้งขอดและแห้งมากที่สุดในรอบ 32 ปี ทำให้ชาวบ้าน ชาวบ้านใน 4 หมู่บ้าน ในตำบลน้ำหมานได้รับผลกระทบนักท่องเที่ยวหาย แพล่องไม่ได้ ด้านเกษตรขาดน้ำอย่างหนัก พืชรอแห้งตาย อ่างเก็บน้ำหมาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาภูมิภาคจังหวัดเลย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวล่องแพชื่อดัง ปัจจุบันไร้นักท่องเที่ยว ชาวบ้านขาดรายได้

วอนรัฐบาลช่วยทำฝนเทียม

โดยตัวแทนชาวบ้านกลุ่มแม่บ้านล่องแพบ้านโป่งเบี้ย ต.น้ำหมาน อ.เมือง จ.เลยเผยว่า ตั้งแต่สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นมา ปีนี้ถือว่าแล้งที่สุดในรอบ 32 ปี น้ำแห้งมาก ปกติทุกปีน้ำแห้งแต่ก็ไม่แห้งมากเท่าปีนี้ ขณะนี้ชาวบ้านที่ทำเกษตรหวังพึงอ่างเก็บน้ำก็ไม่ได้ ด้านล่างน้ำในหมู่บ้านไม่มีน้ำเลย คูคลองแห้งขอดหมด แม้ชาวบ้านปลูกแก้วมังกรที่เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แก้วมังกรยังจะยืนต้นตาย ส่วนด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะมาล่องแพก็ลำบาก นักท่องเที่ยวต้องเดินลงจากฝั่งถึงแพ ต้องเดินขึ้นลงไกลกว่า 50-60 เมตร ทำให้ขึ้นยากลงยาก แถมทิวทัศน์เมื่อน้ำแห้งก็ขาดความสวย กลุ่มแม่บ้านที่ได้รวมตัวกันทำแพบริการนักท่องเที่ยว และทำกับข้าวขายให้นักท่องเที่ยว ต่างขาดรายได้ นักท่องเที่ยวหาย จึงอยากให้รัฐบาลช่วยทำฝนเทียม ให้มาตกเข้าอ่างเก็บน้ำไว้ใช้

ไฟป่าดอยพระบาทน่าห่วง

ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าบริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปางยังวิกฤติ เนื่องจากเกิดไฟไหม้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมกำลังดับไฟอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยจ.ลำปางสรุปสถานการณ์ และพิกัดล่าสุด จากการขึ้นบินสำรวจ โดยเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พบเกิดไฟไหม้ป่าลามบริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท ทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ รวม 7 จุด 12 แนวไฟที่ไหม้ยาว นับเป็นสถานการณ์ที่ยังคงน่าห่วง แนวเทือกเขาด้านทิศเหนือ จุดที่ 1 เกิดไฟไหม้ลามต่อเนื่อง มาถึงดอยหลังศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง และห้วยตาด 3 แนวไหม้ จุดที่ 2 บริเวณกิ่วพระเจ้า ใกล้กับถนนวชิราวุธดำเนิน หรือถนนสายลำปาง – เด่นชัย แพร่ 3 แนวไหม้ จุดที่ 3 บริเวณเชิงดอยฝรั่ง ห้วยจำหลอด ห้วยผาดั้น 2 แนวไหม้ จุดที่ 4 ไฟบริเวณดอยห้วยเดื่อ ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง 1 แนวไหม้ และจุดที่ 5 ดอยห้วยหลวง ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง 1 แนวไหม้ ส่วนเทือกเขาทางด้านทิศใต้ จุดที่ 6 พบไฟป่าที่ห้วยป่าซาง และอ่างวังเฮือ 1 แนวไหม้ และจุดที่ 7 หุบเขาใกล้กับสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ อีก 1 แนวไหม้ สำหรับแผนดับไฟป่าทั้งหมดนั้น เจ้าหน้าที่ใช้การบินของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ โปรยน้ำดับไฟป่าตั้งแต่บ่ายยันช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ จ.ลำปางเร่งดำเนินการแก้ปัญหา และเร่งดับไฟที่ไหม้แนวเทือกเขาดอยพระบาทแห่งนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลานาน 2 วัน ถึงจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

6 จังหวัดภาคเหนือฝุ่นพิษพุ่งกระทบสุขภาพ

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือยังวิกฤติเช่นกัน โดยนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) วันนี้ เวลา 05.00 น.พบมีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นPM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่น PM 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดลำปาง ที่ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำพูน ที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน ที่ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และจังหวัดพะเยา ที่ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 53 – 83 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 ระหว่าง 69 – 103 มคก./ลบ.ม. และ AQI มีค่าระหว่าง 106 – 182 ซึ่งคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ปภ.ประสาน 6 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมพร้อมป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรม ประกาศเขตห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา ส่วนพื้นที่ริมทางหลวง ให้เฝ้าระวังการเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า